การเยี่ยมชมเผยแพร่เมื่อ

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ศึกษาห่วงโซ่มะพร้าวน้ำหอม ตั้งแต่สวน–ล้ง–โรงงาน–ตลาดส่งออก

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี ศึกษาสถานการณ์อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ณ บริษัท โคโคนัท บรีซ ดำเนินสะดวก จำกัด

คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และผู้ประกอบการ ถ่ายภาพร่วมกันในการประชุมเรื่องสถานการณ์การผลิตและการตลาดมะพร้าวน้ำหอม ณ บริษัท โคโคนัท บรีซ ดำเนินสะดวก จำกัด

วันที่ 31 สิงหาคม 2569 คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อศึกษาสถานการณ์อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอม รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และมุมมองจากผู้ประกอบการในพื้นที่ ผ่านการศึกษาดูงานและการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ มีผู้แทนจากสำนักงานพาณิชย์ 3 จังหวัด ได้แก่ พาณิชย์จังหวัดราชบุรี พาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม และพาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ณ บริษัท โคโคนัท บรีซ ดำเนินสะดวก จำกัด เพื่อสะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงตลาดปลายทาง

การศึกษาดูงานทำให้เห็นชัดเจนว่า ปัญหาของอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่อง “ราคาผลผลิตตกต่ำ” แต่เป็นโจทย์เชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกันตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูก ผู้รวบรวมผลผลิต ล้งและโรงงานแปรรูป ไปจนถึงผู้ส่งออกและตลาดปลายทาง

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ปัจจุบันตลาดมีบทบาทในการกำหนดราคามากขึ้น ลูกค้าปลายทางเป็นผู้กำหนดทั้งขนาด คุณภาพ ราคา และเงื่อนไขในการซื้อสินค้า ทำให้ผู้ผลิตและเกษตรกรต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากกว่าในอดีต ดังนั้น การมีข้อมูลที่เชื่อมโยงกันระหว่างสวน ล้ง โรงงาน และตลาด จึงมีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้สามารถวางแผนปริมาณผลผลิตได้ดีขึ้น ลดปัญหาผลผลิตออกพร้อมกันมากเกินไป และช่วยให้เกษตรกรสามารถผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้มากขึ้น

ผู้ประกอบการในพื้นที่ยังสะท้อนว่า ปัจจุบันตลาดมะพร้าวน้ำหอมมีการแข่งขันสูงมาก ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รวบรวม ล้ง โรงงาน แบรนด์ ไปจนถึงผู้ขายสินค้า จึงไม่สามารถแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียวได้ สิ่งที่อุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญมากขึ้น คือ คุณภาพ การคัดเกรดสินค้า การเลือกตลาดให้เหมาะสม การสร้างแบรนด์ และการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า

การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหามะพร้าวน้ำหอมจำเป็นต้องมองทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะเรื่องราคา แต่ต้องเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตในสวน การบริหารจัดการของล้งและโรงงาน ไปจนถึงความต้องการของตลาดปลายทาง

หากข้อมูลและการทำงานของแต่ละส่วนสามารถเชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น จะช่วยให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ส่งออกสามารถวางแผนได้แม่นยำขึ้น ลดความผันผวน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของมะพร้าวน้ำหอมไทยในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ